หาบ้านใหม่กันดีกว่า

หลังจากที่ผมอยู่ที Sydney จนเริ่มปรับตัวได้ และตอนนี้ Visa สำหรับการทำงาน ก็ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว งานต่อไปที่ต้องทำคือการหาที่อยู่ใหม่ให้กับตัวเอง ซึ่งการหาบ้านเช่าใน Sydney นั้นค่อนข้างที่จะแปลกและสนุกดีเหมือนกัน ที่ผมบอกว่าสนุกนั้นเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ขอเล่าเรื่องวิธีการหาบ้านใน Sydney ก่อน บ้านเช่าในที่นี้หมายถึงการเช่าระยะยาว  3-6 เดือนขึ้นไปนะครับ ซึ่งการเช่านั้นมีแบบเช่าทั้งหลัง หรือเช่าเฉพาะห้อง ตามแต่ความต้องการของเจ้าของบ้านหรือผู้เช่า การหาบ้านเช่าใน Sydney ค่อนข้างจะแตกต่างกับบ้านเราอยู่นิดหน่อย แต่ผมกลับชอบระบบแบบที่ Sydney เพราะมันดูเป็นหลักการ ระเบียบเรียบร้อยดี

วิธีการหาบ้านใน Sydney แบ่งตามความเข้าใจของผู้เขียนได้ 2 แบบดังนี้

1. หาบ้านเช่าโดยผ่าน Real Estate Agent หรือการหาบ้านเช่าผ่านนายหน้า แบบนี้เป็นแบบที่คนที่นี่นิยมกัน (แต่เด็กไทยไม่ค่อยชอบ) หลักการของการหาบ้านพักแบบนี้คือ จะมีนายหน้าคอยจัดการทุกอย่างแทนเจ้าของบ้าน ซึ่งสิ่งที่นายหน้าทำแทนเจ้าของบ้านคือ การนัดคนมาดูบ้าน, การพิจารณาคนที่มาเช่าบ้าน, การทำสัญญากับคนที่มาเช่าบ้าน รวมถึงการตรวจสอบสภาพบ้านหลังหมดสัญญา

โดยนายหน้ามักจะลงประกาศไว้ตามเว็บต่าง ๆ เช่น www.realestate.com.au, www.domain.com.au

sydney-houseตัวอย่างการประกาศบ้านเช่า

โดยในประกาศจะบอกว่าบ้านอยู่ที่ใหน มีกี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ ค่าเช่าอาทิตย์ละเท่าใหร่ (ที่ Sydney การจ่ายค่าเช่าคิดเป็น Week) เมื่อเราเลือกบ้านหรือห้องพักที่ต้องการได้แล้ว ก็สามารถติดต่อกับนายหน้าเพื่อนัดวันและเวลาไปดูบ้านได้เลย

การหาบ้านลักษณะนี้เป็นทางการมากคือ มีการนัดเวลาดูบ้านที่แน่นอน ไปช้าก็อดดู การสมัครเช่าบ้านก็ต้องใช้เอกสารหลายอย่าง ในบาง Area ที่เป็นที่นิยมและมีคนสมัครเช่าบ้านเยอะ ๆ เรียกว่าการพิจารณาของนายหน้าเพื่อคัดเลือกผู้เช่าบ้าน พอ ๆ กับการคัดคนเข้าทำงานเลย

การพิจารณาคนสมัครเช่าบ้านนั้น จะมีคะแนนขั้นต่ำอยู่ คือ คุณจะต้องผ่านคะแนนขั้นต่ำก่อนถึงจะยื่นได้ เช่นมี Book Bank ได้ 5 คะแนน มีหนังสือรับรองจากบริษัท ได้ 10 คะแนน เมื่อรวม ๆ กันแล้วเกินคะแนนขั้นต่ำที่นายหน้ากำหนด แล้วค่อยยื่นสมัคร ถ้าคะแนนไม่ถึงยื่นไปก็ไม่ได้อยู่ดี เปลืองค่า Copy กระดาษเปล่า ๆ

เนื่องด้วยความเรื่องมากของการพิจารณาคนสมัครเช่าบ้านนี่แหละจึงทำให้คนไทยที่เพิ่งมาถึงที่นี่ใหม่ ๆ ไม่ค่อยจะผ่านเกณฑ์ที่เค้ากำหนด เลยทำให้มีการหาบ้านอีกแบบนึงเกิดขึ้น

2.การหาบ้านแบบไม่ผ่านนายหน้า วีธีนี้เด็กไทยที่มาเรียนที่นี่ชอบใช้กัน การหาบ้านแบบนี้ไม่ค่อยจะพิจารณาเรื่องเอกสารเท่าไหร่ (คุยกันภาษาไทยด้วย) แค่วางเงินมัดจำแล้วก็เข้ามาอยู่ได้เลย ส่วนใหญ่เจ้าของบ้านหรือเจ้าของห้องจะลงประกาศกันตามเว็บไซค์ต่าง ๆ ของคนไทยที่นิยมคือ www.natui.com.au

sydney-house2ตัวอย่างประกาศห้องเช่าใน natui.com.au

ตัวผู้เขียนเคยไปดูบ้านลักษณะอย่างนี้ ปรากฏว่าสิ่งที่เจอคือ ห้องเดียวเบียดกันอยู่ 4 คน ซึ่งปกติห้องขนาดนี้เค้าอยู่กันไม่เกิน 2 คน ห้องน้ำก็ไม่พอ (จริง ๆ แล้วมีอยู่กันแน่นมากกว่านี้อีก) แต่ข้อดีของบ้านแบบนี้คือ ราคาถูกและพร้อมเข้าอยู่ได้เลย มีน้ำ ไฟ Internet แก๊สพร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องยุ่งยากขอติดตั้งอีก

บ้านเช่าลักษณะนี้ก็เกิดจากคนเช่าหลักที่เช่าจากนายหน้า (ข้อ 1) เอามาปล่อยเช่าต่อนั่นเอง และสิ่งที่ต้องเตรียมใจสำหรับบ้านแบบนี้คือ เมื่อมีนายหน้าหรือเจ้าของบ้านมาตรวจบ้าน คนที่เช่าต้องเก็บข้าวของให้ดูเหมือนว่าอยู่กันแค่ 2 คน ตามที่คนเช่าหลักทำสัญญากับนายหน้าไว้ เรียกว่าต้องย้ายของไปฝากห้องเพื่อนกันเลยทีเดียว

มาต่อเรื่องของผมกันนะครับ

หลังจากที่ผมตระเวนดูบ้านแบบข้อ 2 มาสักพักนึง ก็เริ่มคิดว่าอาจจะไม่เหมาะกับเรา เลยเปลี่ยนมาเป็นหาบ้านแบบผ่านนายหน้าแทน ในครั้งแรกด้วยความไม่รู้เรื่องเลยหาบ้านไว้แค่หลังเดียวกะว่าไปสบาย ๆ ชิว ๆ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้ว ปรากฎว่าวันนั้นบ้านที่ผมจะไปดูมีคนไปดูกว่า 20 คน ตัวผมเองก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เอกสารก็ไม่ได้เตรียมไป เลยแห้วไปตามระเบียบ

sydney-house3ทางเข้าบ้านที่ผมไปดูครั้งแรก เป็นห้องใน Apartment  2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ

พอมีความผิดหวังจากการไปดูบ้านครั้งแรก คราวนี้ผมเตรียมตัวอย่างดีเลย หาบ้านที่ต้องการไว้เป็นสิบ ๆ หลัง เตรียมเอกสารอย่างดี สมมุติว่าเค้าต้องการคะแนนขั้นต่ำ 20 ผมก็หาเอกสารมาประกอบการเช่าบ้านจนได้คะแนนเป็น 30 เตรียมไว้เลย (เรียกว่าโง่แล้วมีการเรียนรู้ T_T)

sydney-house4
1 ในบ้าน 10 กว่าหลังที่ผมไปดู

sydney-house8บรรยากาศตอนดูห้อง

และในที่สุดผมก็ประสบความสําเร็จจนได้ ได้บ้านที่ถูกใจ ไปมาสะดวก น่าอยู่ ราคาไม่แพง เป็นห้องใน Apartment ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เมื่อทางนายหน้าโทรมาบอกผมว่า ผมผ่านการพิจารณาคุณสมบัติแล้ว ผมก็เข้าไปทำสัญญาและรับกุญแจ โดยห้องที่ผมเช่านั้น ทางเจ้าของบ้านแจ้งว่า เค้าจะจ่ายค่าน้ำให้เรา ส่วนค่าไฟฟ้าก็จ่ายเองตามปกติ ในส่วนของแก๊สนั้น ที่ห้องที่ผมเช่าไม่มีการใช้งานแก๊ส เพราะเตาและเครื่องทำน้ำร้อนทั้งหมดเป็นแบบใช้ไฟฟ้า (บางที่เตาทำอาหารและเครื่องทำน้ำอุ่นจะใช้แก๊ส)

sydney-house5บ้านใหม่ของผม เป็น Apartment

sydney-house9บรรยากาศแถวบ้านใหม่ของผม

sydney-artarmon-n3
บรรยากาศแถวบ้านใหม่ของผม

sydney-artarmon-n2
บรรยากาศแถวบ้านใหม่ของผม

 ดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวใช่มั้ยครับ แต่จริง ๆ เปล่าเลย เพราะเรื่องไฟฟ้านี่แหละ ที่ทำให้ผมได้ประสบการณ์เพิ่ม จากการที่นายหน้าบอกผมว่า “ค่าไฟฟ้าก็จ่ายเองตามปกติ” ตามความเข้าใจของผมคือ จะมีการเรียกเก็บค่าไฟมาพร้อมกับ Bill ค่าบ้าน อะไรประมาณนี้ แต่ ….. เมื่อถึงวันที่ผมย้ายเข้าบ้านใหม่ ปรากฎว่าไม่มีไฟฟ้า เปิดไฟไม่ติด ลองถามห้องข้าง ๆ ดูว่าไฟดับหรือเปล่า เค้าก็บอกว่าไม่ดับ

ผมเลยโทรไปถามนายหน้าบ้านว่า “ทำไมไฟฟ้าที่บ้านผมดับล่ะ” เค้าก็อธิบายมา ก็เลยเพิ่งจะเข้าใจว่า ผมต้องไปติดต่อบริษัทไฟฟ้าเอง ให้จ่ายไฟมาที่บ้าน ผมเลยลองโทรไปถามเพื่อนดูเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม เลยได้รู้ว่า ที่นี่ไม่มีการไฟฟ้านครหลวง (หรืออาจจะมีแต่ผมไม่รู้) มาขายไฟฟ้าให้เรา แต่ไฟฟ้าสามารถซื้อจากบริษัทเอกชนได้ ซึ่งมีหลายเจ้ามาก วิธีการก็คือแค่บอกที่อยู่ของเราไปพร้อมกับข้อมูลนิดหน่อย แล้วอีกไม่นานไฟก็มา ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ใด ๆ เพิ่ม

การซื้อไฟฟ้าที่นี่คล้ายกับการซื้อ Plan มือถือนะครับ คือมี Plan ให้เลือก ใช้มากใช้น้อย อะไรประมาณนี้แหละครับ ก็งง ๆ ดีเหมือนกัน โดยผมเลือกใช้บริการของ www.energyaustralia.com.au

sydney-house6รูปร่างของปลั๊ก Australia

สำหรับเรื่องไฟฟ้าที่ Sydney และ Australia จะเหมือนกับบ้านเราครับ เครื่องใช้ไฟฟ้าไทยเอามาใช้ได้เลย จะแตกต่างกันตรงรูปร่างของปลั๊ก แต่ไม่ต้องกลัวครับ ใช้หัวแปลงได้ มีขายเพียบ (แต่ซื้อมาจากเมืองไทยถูกกว่าครับ)

  << ตอนที่แล้ว: Shopping ครั้งแรก   |   ตอนต่อไป:  บ้านใหม่ใน Artarmon >>